วันพุธที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2560

5.นิวฟาวด์แลนด์

5.นิวฟาวด์แลนด์

ยักษ์ใหญ่ใจดีตัวนี้ เมื่อโตเต็มที่สามารถมีน้ำหนักได้มากถึง 78 กิโลกรัม เลยเชียว! แถมยังสูงได้มากถึง 80 เซนติเมตรอีกด้วย นอกจากลำตัวใหญ่ กระดูกใหญ่ แข็งแรงแล้วยังมีขนหนาพองถึงสองชั้น เป็นสุนัขที่มีท่าทางการเดินที่สง่างามมากๆเลยเชียวล่ะ
สุนัขตัวใหญ่




สุนัขสายพันธุ์นิวฟาวด์แลนด์  (Newfoundland)


     มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศแคนาดา ที่เกาะนิวฟาวแลนด์ แต่เดิมแล้วสุนัขนิวฟาวด์แลนด์เป็นสุนัขที่ไม่ได้มีไว้เพื่อเป็นสัตว์เลี้ยงเพื่อความเพลิดเพลิน แต่เป็นสุนัขที่ชาวประมงเลี้ยงไว้เพื่อฝึกให้คอยช่วยชีวิตคนจมน้ำ หรือเรือล่มอับปาง แต่ปัจจุบันนิยมเลี้ยงไว้เฝ้าบ้านให้เป็นเพื่อนกับเด็กๆ และบางคนอาจรู้จักในนาม "ยักษ์ผู้อ่อนโยน" ด้วยค่ะ


Dogilike.com :: นิวฟาวด์แลนด์  น้องหมายักษ์ผู้ใจดี

ลักษณะขน

     หนาและหยิกเล็กน้อย มีสีดำ สีน้ำตาล สีเทา หรือจะเป็นสีดำและขาวปนกัน เป็นขนสองชั้น ชั้นในนุ่ม ชั้นนอกแข็ง ปกป้องความหนาวเย็นได้ดี ถ้าอยู่ในอากาศร้อนก็ต้องตัดขนเพื่อให้เค้าสบายตัวนิดนึงค่ะ


อุปนิสัย 

     โดยธรรมชาติแล้ว พี่เบิ้มนิวฟาวนด์แลนด์เป็นสุนัขที่ร่าเริง และเชื่อง แม้ว่าตัวจะใหญ่มาก แต่นิวฟาวนด์แลนด์เป็นสุนัขที่สุภาพ รักสงบ ซื่อสัตย์ และเป็นมิตรกับเด็กมากๆ เลยทีเดียว


Dogilike.com :: นิวฟาวด์แลนด์  น้องหมายักษ์ผู้ใจดี

น้ำหนัก-สัดส่วน

     สุนัขสายพันธุ์นิวฟาวด์แลนด์ เมื่อโตเต็มที่ มีน้ำหนัก 50-78 กิโลกรัม สูง 66-80 เซนติเมตร  เป็นสุนัขที่มีลำตัวขนาดใหญ่ กระดูกใหญ่ แข็งแรง และมีท่าทางการเดินสง่างาม ค่ะ


สถานที่เลี้ยง

     ควรเป็นบริเวณที่กว้างๆ จะได้วิ่งเล่นได้อย่างเต็มที่ ด้วยขนาดตัวใหญ่จำเป็นต้องใช้พื้นที่มาก


Dogilike.com :: นิวฟาวด์แลนด์  น้องหมายักษ์ผู้ใจดี

การดูแลขน

     ควรแปรงขนบ่อยๆ เพื่อช่วยให้ขนสะอาดมากยิ่งขึ้นและยังไม่ให้ขนพันกันยุ่งเหยิงด้วยค่ะ


ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ

     สิ่งที่พบได้บ่อยๆ จะเกี่ยวข้องกับลิ้นหัวใจบกพร่อง สามารถทำให้เสียชีวิตได้อย่างกระทันหันทั้งๆ ที่อายุยังน้อยๆ ค่ะ


ความสามารถพิเศษ

     เป็นความสามารถที่อยู่ในสายเลือดนั้นก็คือ การว่ายน้ำ พี่เบิ้มนิวฟาวด์แลนด์ว่ายน้ำเก่งมาก และสามารถว่ายไปได้ในระยะไกลมากอีกด้วย

6.คอเคเซียน เชพเพิร์ด

6.คอเคเซียน เชพเพิร์ด

สุนัขยักษ์ใหญ่ตัวนี้เมื่อโตเต็มวัยจะมีน้ำหนักตัวอยู่ที่ประมาณ 50 กิโลกรัม มีความสูงที่ระดับหัวไหล่อยู่ที่ประมาณ 70 เซนติเมตร ด้วยกล้ามเนื้อและกระดูกที่แข็งแรง ทำให้เจ้านี่คล่องแคล่วเหมาะแก่การเป็นยามเฝ้าบ้านชั้นเยี่ยมเลยเชียว แต่เห็นตัวฟูๆใหญ่ๆเนี่ย ส่วนมากเป็นขนหนาๆของเขาทั้งนั้น
สุนัขตัวใหญ่




{pic-alt} ลักษณะทั่วไป

คอเคเซียน เชพเพิร์ดมีรูปร่างสูงใหญ่ยักษ์ กล้ามเนื้อและกระดูกแข็งแรง ขนหนา มีสีดำคาดเป็นหน้ากากเสมอๆ ขนมี 2 แบบคือ แบบยาวและสั้น ซึ่งจะเป็นลักษณะขนของคอเคเซียน เชพเพิร์ด ทางสายพันธุ์จอร์เจียน และอาร์เมเนียน คอเคเซียน เชพเพิร์ดมีอายุเฉลี่ยประมาณ 10-14 ปี


{pic-alt} ความเป็นมา

คอเคเซียน เชพเพิร์ดเป็นสายพันธุ์ที่เชื้อสายที่เก่าแก่เช่นเดียวกับสุนัขพันธุ์ โมโลสเซอร์ (Molosser) เริ่มแรกพวกเขาถูกเลี้ยงไว้เพื่อปกป้องบ้านเรือน ครอบครัว ไร่นา และทรัพย์สิน นอกจากนี้พวกเขายังเป็นสุนัขที่ถูกเอาไปพาขึ้นสังเวียนเดินโชว์ตัวตามงานต่างๆ ซึ่งคอเคเซียน เชพเพิร์ดเริ่มปรากฏตัวในงานโชว์ในปี ค.ศ. 1930 ที่ประเทศเยอรมัน อย่างไรก็ตามถึงแม้เวลาจะล่วงเลยมาจนปัจจุบัน ทว่าความนิยมของคอเคเซียน เชพเพิร์ด ก็ยังคงอยู่ในเขตแคว้นเดิมที่พวกเขากำเนิดมา เนื่องจากสภาพอากาศที่เหมาะสม และที่สำคัญคอเคเซียน เชพเพิร์ดไม่ได้เป็นสุนัขที่มีไว้เพื่อใครก็ได้ สภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยให้เขา อาจทำให้เขามีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวหรือเป็นปัญหาได้
{pic-alt}










{pic-alt} ลักษณะนิสัย

คอเคเซียน เชพเพิร์ดเป็นสุนัขที่ฉลาด มีไหวพริบ กล้าหาญ ซื่อสัตย์ แต่บางครั้งก็มีความเป็นตัวของตัวเองสูง รักอิสระ ไม่ค่อยเชื่อฟังคำสั่ง ก้าวร้าวในบางครั้ง จึงควรได้รับการฝึกอย่างเหมาะสม พาออกไปมีสังคมบ้าง ไม่ควรให้เขาอยู่แต่ในบ้านหรือพื้นที่แคบยาวนานเกินไปจนเกิดความเครียด นอกจากนี้พวกเขายังเป็นสุนัขที่พลังงานต่ำ ชอบอยู่เฉยๆ แต่ก็หูไวตาไวรู้สึกไว ยิ่งถ้าครอบครัวกำลังถูกข่มขู่คุมคาม เขาก็จะลุกขึ้นมาปกป้องทันที
{pic-alt}











{pic-alt} การดูแล

คอเคเซียน เชพเพิร์ดมีขน 2 ชนิดคือ ขนสั้นและ ขนยาว หากเป็นชนิดขนยาวควรได้รับการแปรงขนเป็นประจำเพื่อป้องกันขนพันกัน ส่วนขนสั้นอาจดูแลน้อยลง แต่ก็ยังคงต้องแปรงเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอเช่นกัน

สำหรับการออกกำลังกายควรพาพวกเขาออกไปวิ่งหรือเดินเล่นเป็นประจำทุกวัน ให้เขาได้ใช้พลังงาน สร้างความกระตือรือร้น พวกเขาจะมีความสุขมากๆ ที่ได้ออกกำลัง หรือได้ทำงานที่ได้ใช้กำลังกาย อย่างไรก็ตามไม่ควรปล่อยให้เขาวิ่งนำเจ้าของ เพราะจะทำให้เขาเข้าใจว่าตัวเองเป็นผู้นำ แล้วจะทำให้กลายเป็นปัญหาที่พวกเขาไม่ยอมเชื่อฟังและก้าวร้าว ควรให้เขาเดินข้างๆ หรือเดินตามหลังถึงจะดีที่สุด

{pic-alt}ผู้เลี้ยงที่เหมาะสม


คอเคเซียน เชพเพิร์ดไม่เหมาะที่จะเลี้ยงในพื้นที่แคบโดยเฉพาะในอพาร์ตเม้นท์ แต่ควรเป็นบ้านที่มีบริเวณ หรือสนามหญ้ากว้างๆ เพื่อให้เขาได้เดินเล่นและได้ใช้พลังงานได้ แล้วขนที่ยาวของเขาก็มีไว้เพื่อปกป้องเขาจากอากาศหนาว และสภาพแวดล้อมต่างๆ อย่างไรก็ตามถ้าเลี้ยงในเมืองไทย ควรมีห้องที่ติดแอร์ให้เขาโดยเฉพาะ เนื่องจากขนที่หนามากไม่เหมาะกับสภาพอากาศร้อน อาจทำให้เขารู้สึกไม่สบายตัว เกิดอากาศฮีสโตรกได้ง่าย และอาจทำให้อารมณ์เสีย เกิดพฤติกรรมก้าวร้าว ดังนั้นหากนำมาเลี้ยงตามบ้าน โดยเฉพาะในเมืองต้องฝึกวินัย สามารถควบคุมดูแลพวกเขาได้เป็นอย่างดี เนื่องจากคอเคเซียน เชพเพิร์ด เป็นสุนัขที่ถ้าไม่ฝึกก็จะนิสัยเสีย ดุร้าย ดื้อ และไม่เชื่อฟังคำสั่งได้ง่าย

{pic-alt}ข้อควรจำ


ปกติแล้วคอเคเซียน เชพเพิร์ดเป็นสุนัขที่มีสุขภาพแข็งแรง อายุยืน ไม่ค่อยมีโรคภัยไข้เจ็บ แต่ก็ควรระวังโรคกระดูกสะโพกเสื่อม โรคอ้วน และโรคหัวใจได้ ดังนั้นควรดูแล สังเกตอาการและพาพวกเขาไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ













{pic-alt}

{pic-alt}ความน่ารักของสุนัขพันธุ์นี้



{pic-alt} มาตรฐานสายพันธุ์

ขนาดเพศผู้สูงโดยเฉลี่ย 28 - 30 นิ้ว น้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัม
ส่วนเพศเมียส่วนสูงจะอยู่ระหว่าง 26-28 นิ้ว น้ำหนักประมาณ 45 กิโลกรัม
ศรีษะใหญ่ กว้าง หน้าผากแบน กระดูกแก้มหนาและกว้าง มีจุดหักบนใบหน้าเล็กน้อย
ฟันลักษณะฟันแบบขบกรรไกร
ปากริมฝีปากหนา กระชับ
ตาตาเล็ก รูปไข่ นัยน์ตาลึก มีสีเข้ม
หูหูหนา ปกคลุมด้วยขน ตั้งสูง และพับลง ในประเทศต้นกำเนิดจะมีการตัดแต่งหูให้สั้น
จมูกสีดำสนิททั้งจมูก รูจมูกกว้าง
คอคอสั้น เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ตั้งตรงอย่างพอเหมาะพอดี
อกอกลึก เนินอกขยายไปยังด้านหน้า และต่ำลงระหว่างขาหน้าทั้ง 2 ข้าง
ลำตัว
ร่างใหญ่ หนา แข็งแรง มีพละกำลัง ดูเทอะทะเล็กน้อย สะโพกยกขึ้นจากแผ่นหลังเล็กน้อย รูปร่างดูเทอะทะ ย้วยเล็กน้อย ลำตัวยาวกว่าขา หลังตรง แบน เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ
เอว-
ขาหน้าขาหน้ายาว ตรง กระดูกหนา ขนานกัน มีพละกำลัง เท้าใหญ่เป็นรูปทรงไข่ กลมรี
ขาหลังขาหลังใหญ่ แข็งแรง มั่นคง เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ มองจากด้านหลังขนานกันทั้ง 2 ข้าง
หางหางยาว ตั้งสูงม้วนขึ้นเป็นพวงไปยังด้านหลัง
ขนขนหนา เส้นหยาบ เพื่อปกป้องอากาศหนาว
สีขนขนมีสีเทามีแต้มสีขาว

7.คูวาสซ์

 7.คูวาสซ์

น้องหมาสายพันธุ์นี้มีต้นกำเนิดมาจากทิเบต สุนัขขนาดใหญ่ที่เมื่อโตเต็มวัยสามารถสูงได้ถึง 76 เซนติเมตร แถมยังมีน้ำหนักมากกว่า 68 กิโลกรัมอีกด้วย เป็นสุนัขที่นิยมเลี้ยงไว้เฝ้าบ้าน เพราะเจ้านี่หวงแหนพื้นที่ของตัวเองเป็นที่สุด
สุนัขตัวใหญ่





Kuvasz_02
Kuvasz (คูวาสซ์) เป็นสุนัขสายพันธุ์ขนาดใหญ่ รูปร่างหนาเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ร่างกายแข็งแรง, ส่วนหัวจะยาว ปากเป็นรูปทรงกระบอก จมูกจะเป็นสีดำและมีขนาดใหญ่ ริมฝีปากเป็นสีดำ หูรูปสามเหลี่ยมพับลงมา ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเป็นรูปทรงอัลมอนด์ที่ตั้งห่างกันพอประมาณ หางยาวเป็นพวงสวยงาม เมื่อสุนัขรู้สึกตื่นเต้นที่หางยกสูงขึ้นเล็กน้อย ขนสีขาว มีขนที่แผงคอถึงหน้าอก ขนยาวทั้งตัวยกเว้นช่วงบนหัวและและเท้า เท้าตั้งตรงไม่ยาวมากนัก
ถิ่นกำเนิด
ประเทศฮังการี
ขนาดรูปร่าง
ส่วนสูงเฉลี่ย: ตัวผู้ 28 – 30 นิ้ว (71 – 76 เซนติเมตร) ตัวเมีย 26 – 28 นิ้ว (66 – 71 เซนติเมตร)
น้ำหนักเฉลี่ย: ตัวผู้ 100 – 115 ปอนด์ (45 – 52 กิโลกรัม) ตัวเมีย 70 – 90 ปอนด์ (32 – 41 กิโลกรัม)
สุขภาพ
Kuvasz มีแนวโน้มที่จะมีปัญหากับโรค ผิวหนังและเกิดอาการแพ้ ,โรคที่ก่อให้เกิดความอ่อนแอจากการอักเสบของข้อต่อไหล่, สะโพก dysplasia
อายุ
Kuvasz มีอายุโดยเฉลี่ย 12-14ปี
Kuvasz_03

อุปนิสัย

Kuvasz (คูวาสซ์) เป็นมิตร ใจดี ไม่ดุร้าย เข้ากับเด็กๆได้ดี ซื่อสัตว์ รักเจ้าของ แข็งแรงดูแลเฝ้าบ้านได้เป็นอย่างดี
แต่จะเลี้ยงให้เชื่องและเชื่อฟัง เจ้าของต้องเป็นคนฝึกเพียงคนเดียว

การดูแลและการออกกำลัง
Kuvasz เป็นสุนัขที่แข็งแรงและซื่อสัตว์มาก สามารถนำมาฝึกเพื่อใช้ล่าสัตว์หรือเป็นสุนัขอารักขาได้ กินเก่งมาก แต่ไม่ชอบออกกำลังกายเท่าไหร่ ต้องคอยให้ออกกำลังบ่อยๆ พื้นที่ใช้เลี้ยงต้องมีขนาดพอสมควรเพื่อใช้ออกกำลัง สามารถอยู่ได้ทุกสภาพอากาศ และทุกสภาพแวดล้อม ขนที่หนาจึงต้องคอยหมั่นแปรงขนและทำความสะอาดบ่อยๆ

8.ทิเบตัน มาสทิฟฟ์

8.ทิเบตัน มาสทิฟฟ์

เจ้านี่น่ะนะคือ ยักษ์ใหญ่อันตรายของจริง! เรียกได้ว่าติดชาร์ต ท็อปฮิต สุนัขสายพันธุ์โหดโดดขย้ำ กันเลยทีเดียว แม้จะดูดุร้ายแต่พี่เบิ้มของเราก็มีมุมน่ารักๆเหมือนกันนะ แต่ว่า…ด้วยความสูง 31 นิ้ว เมื่อยืนขึ้น กับน้ำหนักตัวประมาณ 60-70 กิโลกรัม พร้อมด้วยขนฟูๆ สีหน้าเคร่งขรึม กับเขี้ยวคู่งาม บอกเลยว่าจินตนาการความฟรุ้งฟริ้งของพี่แกไม่ออกเลยจริง
สุนัขตัวใหญ่



ชื่อ[แก้]

ทิเบตันแมสติฟฟ์มีชื่อภาษาถิ่นว่า "โทชี" (Do-khyi) ซึ่งมีผู้แปลไว้ต่าง ๆ กัน เช่น ผู้เฝ้าเรือน (home guard), ทวารบาล (door guard), สุนัขที่พึงล่ามไว้ (doc which may be tied) และสุนัขที่พึงคุมขังไว้ (doc which may be kept) ทั้งนี้ เพราะสุนัขชนิดนี้นิยมผูกหรือล่ามไว้กับสถานที่ต่าง ๆ เพื่อให้รักษาสถานที่เหล่านั้น
ส่วนชื่อ ทิเบตันแมสติฟฟ์ นั้นความจริงแล้วสุนัขนี้มิใช่พันธุ์แมสติฟฟ์ แต่ที่เรียกแมสติฟฟ์เพราะคำแมสติฟฟ์เดิมมีความหมายเพียงว่า "หมาใหญ่" อนึ่ง ยังมีสุนัขอื่น ๆ ที่ชาวตะวันตกตั้งชื่อให้ผิดจากความจริงในทำนองเดียวกันอีก เช่น ทิเบตันเทร์เรียร์ (Tibetan Terrier) ซึ่งมิใช่พันธุ์เทร์เรียร์ และทิเบตันสแปเนียล (Tibetan Spaniel) ซึ่งมิใช่พันธุ์สแปเนียล

ลักษณะ[แก้]

ปัจจุบัน ผู้เพาะพันธุ์แบ่งทิเบตันแมสติฟฟ์ออกเป็นสองประเภท คือ โทชี (Do-khyi) กับซังชี (Tsang-khyi) ประเภทหลังซึ่งชื่อมีความหมายว่า สุนัขจากซัง (dog from Tsang) นั้นบางทีก็เรียกว่า หมาวัด (monastery dog) มีกายสูงและหนักกว่าประเภทแรก ทิเบตันแมสติฟฟ์สูงราว 61 ถึง 72 เซนติเมตร แต่เพศผู้สามารถสูงได้ถึง 81.28 เซนติเมตร ส่วนน้ำหนักนั้นผู้เพาะพันธุ์ในตะวันตกวัดไว้ว่าประมาณ 47.6272 กิโลกรัมถึง 82 กิโลกรัม แต่ยิ่งตัวใหญ่ก็ยิ่งเลี้ยงยากเพราะค่าใช้จ่ายสูงและไม่รับกับความต้องการใช้งานเพียงในฐานะผู้รักษาปศุสัตว์
ส่วนลักษณะทางกายภาพนั้น ทิเบตันแมสติฟฟ์มีขนสองชั้นหลายสี ตั้งแต่สีดำ สีแทน สีแดง สีทองแดง ไปจนถึงสีเทา ทั้งขนยังไม่มีกลิ่นสาบสุนัขดังที่สุนัขพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ชนิดอื่น ๆ มักมี และโดยปรกติแล้ว ทิเบตันแมสติฟฟ์ผลัดขนในราวปลายฤดูหนาวหรือต้นฤดูใบไม้ผลิ แต่บางทีในปลายฤดูร้อนหรือต้นฤดูใบไม้ร่วงก็มี
ทิเบตันแมสติฟฟ์นั้นถือกันว่าเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ชั้นต้น เพราะอดทนอยู่รอดในสภาพภูมิประเทศทิเบต เนปาล อินเดีย และภูฏาน ที่เป็นแต่เขาสูงชันได้ นอกจากนี้ ทิเบตันแมสติฟฟ์ยังเป็นสุนัขพันธุ์เพียงไม่กี่ชนิดที่ติดสัดปีละครั้ง ต่างจากชนิดอื่น ๆ ที่เป็นปีละสองครั้ง โดยทิเบตันแมสติฟฟ์นั้นถึงฤดูผสมพันธุ์ในปลายหน้าใบไม้ร่วง เป็นเหตุให้มักตกลูกระหว่างเดือนธันวาคมถึงมกราคม[2]

9.เซนต์เบอร์นาร์ด

9.เซนต์เบอร์นาร์ด

สุนัขตัวใหญ่


พูดถึง สุนัขตัวใหญ่ จะขาดเจ้ายักษ์หน้าตามึน อ้วนท้วน อืดอาด รูปร่างสูงใหญ่ อย่างเจ้าเซนต์เบอร์นาร์ดนี้ไปได้อย่างไร ด้วยความที่ตัวโตและมีพละกำลังมาก จึงทำให้หลายคนอาจหวั่นๆถ้าต้องเผชิญหน้ากันแบบตัวต่อตัว แต่จะบอกให้นะเห็นอย่างนี้ ใจดีสุดๆโดยเฉพาะกับเด็ก นอกจากจะไม่ดุร้ายแล้วยังขี้กลัวอีกต่างหากเซนต์เบอร์นาร์ด นั้เป็นสุนัขที่มีขนาดใหญ่มากมีขนหนา  มีน้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่  64-120 กิโลกรัม หรืออาจจะมากกว่านั้น  มีความสูงจากหัวไหล่มายังพื้น 70 – 90 เซนติเมตร ขนมีลักษณะยาวเรียบหน้า  หยาบ และจะหนามากบริเวณรอบๆคอลงมาที่ขา  ขนของเขาจะมีสีน้ำตาลแดง  สีเทา  สะดำ  และจะมีสีดำที่เบ้าตาทั้งสองข้าง และบริเวณหู  หางมีความยาวและตก นัยต์ตาจะมีสีดำ  สีฟ้า และสีน้ำตาล
                   มีนิสัยร่าเริง  ใจดี จนได้รับเรียกว่านักบุญ  สามารถที่จะหาคนที่ถูกหิมะหรือว่าหายในพายุหิมะได้  โดยจะนำกระป๋องผูกที่คอมันแล้วเอาไปให้คนที่มันพบกินน้ำ และขอความช่วยเหลือจากคนอื่นๆ  เป็นสุนัขที่มีจมูกไว  เมื่อก่อนนั้นสุนัขพันธุ์นี้มีความอ่อนแอ มีโรคภัยใข้เจ็บได้ง่ายไม่เหมือนสมัยปัจจุบัน เพราะว่ามีการผสมพันธุ์และปรับปรุงให้มีความเด่นมากขึ้นในปี 1865 นั้นเอง
                ในเมื่อก่อนนั้น  เซนต์เบอร์นาร์ด  มีประวัติศาสตรที่อยู่รวมกับสุนัข เกรทเทอร์ สวิสส์ เมาน์เทนด๊อก  นำไปใช้ในงานในไรในฟาร์มต่าง  ไว้ต้อนเกะหรือว่าสัตว์อื่นๆ  สามารถที่จะใช้ช่วยในการล่าสัตว์และยังช่วยผู้ประสบภัยจากหิมะได้ด้วย  สุนัขพันธุ์ถือได้ว่าสืบสายพันธุ์มาจาก molosser  โดยการมาในเทือกเขาแอลป์จากชาวโรมันโบราณและเซนต์เบอร์นาร์เป็นที่ยอมรับในระดับสากลว่าเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ของ Molossoid
                มีประวัติความเป็นมาที่เก่าแก่ว่า  เซนต์เบอร์นาร์ดได้เดินทางมากับพระนักบวชที่ Great St Bernard Pass ในปี 1707 และได้มีภาพวากจิตกรที่ฝาพนังไว้เป็นหลังฐานในตอนนั้น





การเลี้ยงสุนัขพันธุ์เซนต์ เบอร์นาร์ด

  1. การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับสุนัขพันธุ์ใหญ่ แต่ต้องมีขอบเขตไม่มากหรือน้อยเกินไป เหตุผลเนื่องจากกระดูกที่กำลังเติบโตของลูกสุนัขยังอ่อน ไม่สามารถรองรับการพัฒนาของร่างกายที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้ทัน จึงอาจเกิดปัญหาของกระดูกอ่อนหรือบิดได้ ดังนั้นผู้เลี้ยงทุกคนควรระวังถึงน้ำหนักของลูกสุนัข เป็นหลัก ไม่ควรให้สุนัขอ้วนแต่เด็ก ควรให้ลูกสุนัขมีอายุ 1 ปีอย่างต่ำก่อนจึงเริ่มทำน้ำหนักได้ การออกกำลังที่หักโหมอาจทำให้ลูกสุนัขบาดเจ็บ เพราะฉะนั้นวิธีที่จะดูว่าลูกสุนัขออกกำลังกายเพียงพอหรือไม่นั้นให้ดูจากการปล่อยลูกสุนัขเล่นโดยธรรมชาติ เพราะตัวลูกสุนัขเองจะรู้ว่าเมื่อเค้าเหนื่อยเค้าควร จะหยุดเล่น แต่ถ้าลูกสุนัขของคุณขี้เกียจก็ควรพาเค้าเดินหรือหาบอลมาดึงดูดความสนใจเค้าให้สนุกกับการออกกำลังกายก็ได้
     
  2. อาหารที่ใช้สำหรับเลี้ยงลูกสุนัขควรคำนึงถึงสารอาหาร โดยรวมไม่ใช่เน้นที่โปรตีนอย่างเดียว อาหารที่ใช้ควรมีส่วนประกอบของ Glucosamine ซึ่งจะเป็นตัวช่วยในเรื่องไขข้อกระดูก สารชนิดนี้จะไปช่วยสร้างน้ำหล่อลื่นตามข้อกระดูกโดยเฉพาะสุนัขที่เป็นโรคข้อต่อสะโพกสารชนิดนี้ จะลดการเสียดสีในไขข้อกระดูกได้ อาหารที่ดีไม่จำเป็นต้องราคาแพงเสมอไปแต่ก็ไม่ได้หมายถึงอาหารถูกจะดีทุกยี่ห้อ หรือถ้าจะลองใช้อาหารควรลองอย่างน้อย 6 เดือนถึงจะพิสูจน์ได้ว่าอาหารนั้นดีสำหรับสุนัขของท่าน ควรให้อาหารวันละ 4 ครั้ง ลูกสุนัขอายุ 4 เดือน แล้วลดเหลือ 2 มื้อตั้งแต่ 5 เดือนถึง 1 ปี ต่อจากนั้นขึ้นอยู่กับความสะดวกบางท่านอาจลดเหลือมื้อเดียวต่อวันก็ทำได้
     
  3. การฝึกการขับถ่ายให้เป็นเวลาและสถานที่ที่เหมาะสม ควรเริ่มตั้งแต่สุนัขอายุ 3 เดือนขึ้นไป เพราะลูกสุนัขวัยนี้เริ่มที่จะเรียนรู้อะไรใหม่ๆได้เร็วและสนใจสิ่งใหม่ๆรอบๆตัว